ระยะเวลาพิจารณา 15 วัน (Free Look Period) มีความสำคุญอย่างไร

⏰ ระยะเวลาพิจารณา 15 วัน (Free Look Period) คืออะไร?

✅ เข้าใจสิทธิพิจารณากรมธรรม์ภายใน 15 วัน
✅ รู้วิธีใช้สิทธิยกเลิกและได้เงินคืนเต็มจำนวน
✅ เช็คข้อกำหนดและเงื่อนไขที่สำคัญ
✅ หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจทำให้เสียสิทธิ


📘 Free Look Period คืออะไร?

📌 คำนิยาม

ระยะเวลาพิจารณา 15 วัน (Free Look Period) คือช่วงเวลาที่กฎหมายให้สิทธิผู้ซื้อประกันชีวิตได้ศึกษากรมธรรม์อย่างละเอียด และหากไม่พอใจหรือเปลี่ยนใจ สามารถยกเลิกสัญญาและได้เงินคืน 100% โดยไม่มีค่าปรับหรือหักค่าใช้จ่ายใดๆ

นี่คือสิทธิคุ้มครองผู้บริโภคที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้บริษัทประกันทุกแห่งต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้ผู้ซื้อประกันมีเวลาพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจจริงๆ

💡 ทำไมต้องมี Free Look Period?

  • ป้องกันการตัดสินใจผิดพลาดหรือเร่งรีบเกินไป
  • ให้เวลาอ่านกรมธรรม์อย่างละเอียดหลังได้รับจริง
  • ตรวจสอบว่าความคุ้มครองและเงื่อนไขตรงกับที่คาดหวังหรือไม่
  • ปรึกษาครอบครัวหรือผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้
  • เป็นการคุ้มครองผู้บริโภคจากการขายที่ไม่เหมาะสม

⏰ 15 วันคำนวณยังไง?

📅 วิธีนับระยะเวลา

ระยะเวลา 15 วัน เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์ หรือวันที่ได้รับหนังสือรับรองการเอาประกันภัย (ถ้าบริษัทออกให้ก่อนกรมธรรม์) แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

ตัวอย่างการนับ:

📝 ทำสัญญาประกัน: วันที่ 1 มกราคม
📬 ได้รับกรมธรรม์: วันที่ 10 มกราคม
เริ่มนับ 15 วัน: วันที่ 10 มกราคม
🔚 วันสุดท้าย: วันที่ 24 มกราคม (นับรวมวันที่ 10)
ต้องยกเลิกภายใน: ไม่เกินวันที่ 24 มกราคม

⚠️ ข้อควรระวัง

  • นับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์จริง ไม่ใช่วันที่ทำสัญญา
  • ถ้าวันสุดท้ายเป็นวันหยุด ให้เลื่อนไปวันทำการถัดไป
  • ต้องแจ้งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่แจ้งปากเปล่า
  • บางบริษัทอาจกำหนดให้ยื่นเอกสารที่สำนักงานเท่านั้น

📋 วิธีใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์

🔢 5 ขั้นตอนการยกเลิก

ขั้นที่ 1: เขียนหนังสือยกเลิก
เขียนจดหมายแจ้งความประสงค์ยกเลิกกรมธรรม์ ระบุ: เลขที่กรมธรรม์, ชื่อ-นามสกุล, เหตุผลที่ยกเลิก, ลงวันที่และลายมือชื่อ

ขั้นที่ 2: เตรียมเอกสาร
จัดเตรียม: สำเนาบัตรประชาชน, กรมธรรม์ฉบับจริง, ใบเสร็จรับเงินเบี้ยประกัน (ถ้ามี), สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร

ขั้นที่ 3: ยื่นเอกสาร
นำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานใหญ่หรือสาขาของบริษัทประกัน หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน (แนะนำส่ง EMS มีหลักฐาน)

ขั้นที่ 4: รอการตรวจสอบ
บริษัทจะตรวจสอบเอกสารและดำเนินการยกเลิกกรมธรรม์ ใช้เวลาประมาณ 7-15 วันทำการ

ขั้นที่ 5: รับเงินคืน
บริษัทจะโอนเงินเบี้ยประกันคืน 100% เข้าบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้ ภายใน 15-30 วันทำการ

📄 เอกสารที่ต้องใช้

เอกสาร รายละเอียด จำเป็น
หนังสือยกเลิก เขียนด้วยลายมือ หรือพิมพ์ ระบุเหตุผล ✓ ต้องมี
กรมธรรม์ฉบับจริง ส่งคืนให้บริษัท ✓ ต้องมี
สำเนาบัตรประชาชน ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ✓ ต้องมี
สำเนาสมุดบัญชี หน้าแรก ลงนามรับรอง ✓ ต้องมี
ใบเสร็จเบี้ย ถ้าชำระเงินแล้ว ตามกรณี
หนังสือมอบอำนาจ ถ้าให้ผู้อื่นยื่นแทน พร้อมอากรแสตมป์ กรณีมอบอำนาจ

💡 เคล็ดลับ: ถ่ายสำเนาหรือถ่ายรูปเอกสารทุกอย่างไว้ก่อนส่ง เผื่อเกิดปัญหาจะได้มีหลักฐาน และส่งทางEMSเพื่อติดตามได้

💰 ได้เงินคืนเท่าไหร่?

✅ สิ่งที่ได้คืน 100%

  • เบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้วทั้งหมด
  • ค่าธรรมเนียมทุกประเภท (ถ้าจ่าย)
  • ค่าอากรแสตมป์ (ถ้ามี)
  • ค่าส่ง Rider หรือสัญญาเพิ่มเติม (ถ้ามี)

❌ สิ่งที่ไม่ได้คืน

หากเกิดเหตุการณ์ระหว่างรอยกเลิก เช่น เสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือเคลมสัญญาเพิ่มเติมไปแล้ว กรมธรรม์จะไม่สามารถยกเลิกได้ และไม่มีเงินคืน เพราถือว่ากรมธรรม์ได้ใช้ประโยชน์ไปแล้ว

🤔 สถานการณ์ที่ควรใช้สิทธินี้

🚫 เข้าใจผิด
อ่านกรมธรรม์แล้วพบว่าความคุ้มครองไม่ตรงที่คิด

💸 ไม่เหมาะกับงบ
เบี้ยสูงเกินไป แบกรับไม่ไหว

📋 เงื่อนไขไม่ชอบ
ข้อยกเว้นเยอะ หรือมีเงื่อนไขที่ไม่รู้ก่อน

🔄 เปลี่ยนใจ
หาได้แบบอื่นที่ดีกว่า เหมาะกว่า

⚠️ ถูกหลอก
ตัวแทนให้ข้อมูลผิด หรือขายไม่ตรงไปตรงมา

👨‍👩‍👧 ปรึกษาครอบครัว
ครอบครัวไม่เห็นด้วย หรือมีข้อกังวล

⏱️ ระยะเวลาในการดำเนินการ

📅 Timeline การยกเลิก

วันที่ 1-15: ระยะพิจารณา สามารถยกเลิกได้
วันที่ 1-7: ยื่นเอกสารยกเลิก
วันที่ 7-15: บริษัทตรวจสอบเอกสาร
วันที่ 15-30: โอนเงินคืนเข้าบัญชี
วันที่ 30: ได้รับเงินคืน 100%

⚠️ หมดเวลาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

หากพ้นระยะเวลา 15 วัน กรมธรรม์จะมีผลบังคับใช้เต็มที่ และไม่สามารถยกเลิกแบบได้เงินคืน 100% แล้ว ถ้าต้องการยกเลิกหลังจากนี้ ต้องทำ“การเวนคืนกรมธรรม์”แทน ซึ่งจะได้เงินคืนน้อยกว่ามากหรืออาจไม่ได้เลยในช่วงปีแรกๆ

❓ คำถามที่พบบ่อย

Q: ถ้าส่งเอกสารวันที่ 15 แต่บริษัทได้รับวันที่ 17 ถือว่าทันไหม?

A: ขึ้นอยู่กับการส่ง ถ้าส่งทางEMS ลงทะเบียนวันที่ 15 ถือว่าทัน เพราะดูจากวันที่ประทับตราไปรษณีย์ แต่ถ้าส่งแบบธรรมดาไม่มีหลักฐาน อาจไม่ทัน ดังนั้นแนะนำส่ง EMS เพื่อความปลอดภัย

Q: ระหว่างรอยกเลิก ต้องจ่ายเบี้ยงวดต่อไปไหม?

A: ไม่ต้องจ่าย เมื่อยื่นเอกสารยกเลิกแล้ว ไม่ต้องจ่ายเบี้ยงวดถัดไป แต่ถ้ายังไม่ยื่นเอกสาร กรมธรรม์ยังมีผลบังคับอยู่ ควรจ่ายเบี้ยตามกำหนด

Q: ยกเลิกแล้วจะมีผลกระทบต่อการซื้อประกันครั้งต่อไปไหม?

A: ไม่มีผลกระทบ การใช้สิทธิ Free Look Period เป็นสิทธิตามกฎหมาย ไม่ถือว่าเป็นการทำผิดสัญญา ซื้อประกันใหม่ครั้งต่อไปได้ตามปกติ

Q: ต้องบอกเหตุผลว่าทำไมถึงยกเลิกไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผลจริง แต่ควรเขียนไว้เพื่อความสมบูรณ์ของเอกสาร สามารถเขียนแค่ “ต้องการใช้สิทธิพิจารณาภายใน 15 วัน” ก็พอ บริษัทไม่สามารถปฏิเสธได้

Q: ถ้าบริษัทไม่ยอมคืนเงิน ทำอย่างไร?

A: ติดต่อสำนักงาน คปภ. (คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) โทร 1186 หรือ 0-2515-3222 เพื่อร้องเรียน คปภ. จะเข้ามาตรวจสอบและบังคับให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย

💡 เคล็ดลับการใช้สิทธิให้คุ้มค่า

📖 อ่านให้ละเอียด

  • อ่านกรมธรรม์ทุกหน้า
  • เช็คข้อยกเว้นให้ครบ
  • ดูเงื่อนไขการจ่ายเงิน
  • ตรวจสอบความคุ้มครอง

🤝 ปรึกษาผู้รู้

  • ปรึกษาครอบครัว
  • ถามผู้เชี่ยวชาญอิสระ
  • เปรียบเทียบกับบริษัทอื่น
  • คำนวณงบประมาณใหม่

⏰ อย่ารอให้สาย

  • ตั้งปฏิทินเตือน
  • ยื่นเอกสารล่วงหน้า
  • ส่งEMSมีหลักฐาน
  • เก็บสำเนาทุกอย่าง

⏰ รู้จักสิทธิ Free Look Period แล้วใช่ไหม?

นี่คือสิทธิสำคัญที่คุ้มครองผู้บริโภค
ใช้เวลา 15 วันให้คุ้มค่า อ่านกรมธรรม์ให้ละเอียด
ถ้าไม่แน่ใจหรือไม่พอใจ ยกเลิกได้ภายใน 15 วัน

บทความนี้อัปเดตล่าสุด: พฤศจิกายน 2025


⚠️ ข้อควรระวัง

  • อย่ารอจนวันสุดท้าย: ยื่นเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วัน เผื่อเกิดปัญหา
  • อย่าแจ้งปากเปล่า: ต้องยื่นเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร โทรแจ้งหรือบอกตัวแทนไม่นับ
  • อย่าทิ้งกรมธรรม์: ต้องส่งคืนฉบับจริงให้บริษัท ไม่งั้นอาจไม่คืนเงิน
  • ระวังวันหยุด: ถ้าวันที่ 15 เป็นวันหยุด อาจต้องยื่นก่อนหน้านี้ ตรวจสอบให้ชัด
  • เก็บหลักฐานการส่ง: ถ่ายรูป เก็บใบเสร็จ EMS ไว้เผื่อเกิดข้อพิพาท
  • ตรวจสอบวันที่ได้รับกรมธรรม์: บางคนนับผิดตั้งแต่วันทำสัญญา ต้องนับจากวันได้รับจริง
  • ระวังการหักเงิน: บริษัทที่ดีจะคืน 100% แต่บางที่อาจพยายามหัก ต้องเช็คให้ดี
  • อย่าใช้สิทธิซ้ำๆ: ถึงแม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่การยกเลิกบ่อยอาจทำให้บริษัทไม่รับประกันภายหลัง