“ทุนประกัน” “เบี้ยประกัน” “ระยะคุ้มครอง” ต่างกันอย่างไร

📚 รู้จักคำว่า “ทุนประกัน” “เบี้ยประกัน” “ระยะคุ้มครอง”

✅ เข้าใจคำศัพท์พื้นฐานประกันชีวิตแบบง่ายๆ
✅ รู้ว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร มีความสำคัญยังไง
✅ ไม่สับสนเวลาคุยกับตัวแทนหรืออ่านกรมธรรม์
✅ เลือกซื้อประกันได้อย่างมั่นใจและถูกต้อง


💰 ทุนประกัน (Sum Assured) คืออะไร?

📌 คำนิยาม

ทุนประกัน หรือ จำนวนเงินเอาประกันภัย คือ จำนวนเงินที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่ระบุในกรมธรรม์ เช่น เสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือครบกำหนดสัญญา

พูดง่ายๆ คือ เงินก้อนใหญ่ที่คุณหรือครอบครัวจะได้รับจากประกันชีวิต ถ้าทุนประกัน 1 ล้านบาท หมายความว่าเมื่อเกิดเหตุตามสัญญา จะได้เงิน 1 ล้านบาท

🎯 ทุนประกันใช้เพื่ออะไร?

🏠 ดูแลครอบครัว
ใช้จ่ายค่าครองชีพ ค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายรายเดือน

🎓 ค่าเรียนบุตร
ให้ลูกเรียนต่อจนจบโดยไม่ขาดแคลน

💳 ชำระหนี้
ปิดหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้ธุรกิจ

💼 เงินทุนฉุกเฉิน
สำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น

📊 ควรเลือกทุนประกันเท่าไหร่?

💡 สูตรคำนวณแบบง่าย

ทุนประกันที่เหมาะสม = รายได้ต่อปี × 5-10 เท่า

ตัวอย่าง:
• รายได้ 30,000 บาท/เดือน = 360,000 บาท/ปี
• ทุนประกันที่แนะนำ = 360,000 × 5-10 = 1.8 – 3.6 ล้านบาท

🎯 ปัจจัยที่ต้องพิจารณา

  • จำนวนสมาชิกในครอบครัว ยิ่งมีคนอุปการะเยอะ ทุนควรสูง
  • ภาระหนี้สิน ถ้ามีหนี้บ้าน-รถ ต้องบวกเข้าไปด้วย
  • ค่าใช้จ่ายรายเดือน คำนวณว่าครอบครัวต้องการเท่าไหร่ต่อเดือน
  • อายุบุตร ถ้าลูกยังเล็ก ต้องคิดค่าเรียนระยะยาว
  • เป้าหมายการเงิน เช่น เงินเกษียณ เงินลงทุน

💵 เบี้ยประกัน (Premium) คืออะไร?

📌 คำนิยาม

เบี้ยประกัน คือ เงินที่คุณต้องจ่ายให้บริษัทประกันเป็นงวดๆ (รายปี รายเดือน หรือรายไตรมาส) เพื่อให้กรมธรรม์มีผลคุ้มครองต่อเนื่อง

เปรียบเหมือนค่าบริการที่คุณจ่ายเพื่อให้บริษัทประกันดูแลคุณและครอบครัว ยิ่งจ่ายเบี้ยครบตามกำหนด ความคุ้มครองก็ยิ่งแน่นอน

🧮 เบี้ยประกันคำนวณจากอะไร?

ปัจจัย ผลกระทบต่อเบี้ย
👤 อายุ อายุมากขึ้น = เบี้ยแพงขึ้น
👨👩 เพศ ผู้หญิงมักเบี้ยถูกกว่าผู้ชายเล็กน้อย
💰 ทุนประกัน ทุนสูง = เบี้ยแพง
💊 สุขภาพ มีโรคประจำตัว = เบี้ยแพงหรือปฏิเสธ
🚬 การสูบบุหรี่ สูบบุหรี่ = เบี้ยแพงขึ้น 20-50%
💼 อาชีพ อาชีพเสี่ยง = เบี้ยแพงขึ้น
📋 ประเภทกรมธรรม์ สะสมทรัพย์แพงกว่าคุ้มครองเปล่า
📅 ระยะชำระ จ่ายนานกว่า = เบี้ยถูกลงต่องวด

💡 เคล็ดลับ: เบี้ยประกันที่เหมาะสม = ระหว่าง 10-15% ของรายได้ต่อปี ไม่ควรเกิน 20% เพราะจะเป็นภาระมากเกินไป

📆 รูปแบบการชำระเบี้ย

💳 รายปี (Annual)
จ่ายปีละครั้ง เบี้ยต่องวดถูกที่สุด

📅 ราย 6 เดือน (Semi-Annual)
จ่าย 6 เดือนครั้ง เบี้ยแพงกว่ารายปีเล็กน้อย

🗓️ รายไตรมาส (Quarterly)
จ่าย 3 เดือนครั้ง เบี้ยแพงกว่ารายปี 3-5%

📝 รายเดือน (Monthly)
จ่ายทุกเดือน เบี้ยแพงที่สุด แต่บริหารเงินง่าย

📅 ระยะคุ้มครอง (Coverage Period) คืออะไร?

📌 คำนิยาม

ระยะคุ้มครอง คือ ช่วงเวลาที่กรมธรรม์ให้ความคุ้มครอง นับตั้งแต่วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลจนถึงวันที่สิ้นสุดสัญญา

ระยะคุ้มครองจะต่างจากระยะชำระเบี้ย เสมอ เพราะหลายกรมธรรม์ให้คุ้มครองต่อแม้เลิกจ่ายเบี้ยแล้ว

⏰ ระยะคุ้มครองมีกี่แบบ?

1. ระยะสั้น (5-15 ปี)

เหมาะกับ: คนหนุ่มสาว ต้องการคุ้มครองชั่วคราว หรือเน้นออม
ตัวอย่าง: คุ้มครอง 10 ปี จ่ายเบี้ย 5 ปี
ข้อดี: ทุนประกันต่อเบี้ยสูง เบี้ยถูก
ข้อเสีย: หมดคุ้มครองเร็ว ต้องต่อประกันใหม่

2. ระยะยาว (20-30 ปี)

เหมาะกับ: คนวัยทำงาน มีครอบครัว ต้องการความมั่นคงยาวนาน
ตัวอย่าง: คุ้มครอง 30 ปี จ่ายเบี้ย 20 ปี
ข้อดี: คุ้มครองนาน มั่นใจได้ยาว
ข้อเสีย: ภาระเบี้ยยาวนาน

3. ตลอดชีพ (Whole Life)

เหมาะกับ: คนที่ต้องการความมั่นใจสูงสุด ไม่ต้องกังวลเรื่องหมดคุ้มครอง
ตัวอย่าง: คุ้มครองตลอดชีวิต จ่ายเบี้ย 20 ปี
ข้อดี: คุ้มครองจนตาย ไม่ต้องต่ออายุ
ข้อเสีย: เบี้ยแพงที่สุด

🔗 ความสัมพันธ์ระหว่าง 3 คำนี้

💡 เข้าใจแบบง่ายๆ

ทุนประกัน = เงินที่จะได้รับ
เบี้ยประกัน = เงินที่ต้องจ่าย
ระยะคุ้มครอง = ระยะเวลาที่คุ้มครอง

ตัวอย่างเปรียบเทียบ:

ทุนประกัน 2,000,000 บาท
เบี้ยประกัน 50,000 บาท/ปี × 10 ปี = 500,000 บาท
ระยะคุ้มครอง 20 ปี (จ่ายเบี้ย 10 ปี แต่คุ้มครองถึง 20 ปี)

หมายความว่า:
จ่ายเบี้ยรวม 500,000 บาท → ได้ความคุ้มครอง 20 ปี → ถ้าเสียชีวิตหรือครบสัญญาได้เงิน 2,000,000 บาท

🤔 คำถามที่พบบ่อย

Q: ทุนประกันยิ่งสูงยิ่งดีใช่ไหม?

A: ไม่จำเป็น ทุนที่สูงเกินไปทำให้เบี้ยแพงจนเป็นภาระ ควรเลือกทุนที่พอเหมาะกับความต้องการและงบประมาณ ใช้สูตร รายได้ปีละ × 5-10 เท่า

Q: เบี้ยประกันจ่ายรายเดือนกับรายปีต่างกันเท่าไหร่?

A: จ่ายรายเดือนจะแพงกว่ารายปีประมาณ 5-8% ตัวอย่าง: เบี้ยรายปี 12,000 บาท แต่ถ้าจ่ายรายเดือนอาจเป็น 1,050 บาท/เดือน (รวม 12,600 บาท/ปี)

Q: ระยะคุ้มครองกับระยะชำระเบี้ยต่างกันอย่างไร?

A: ระยะชำระเบี้ยคือช่วงที่ต้องจ่ายเงิน ส่วนระยะคุ้มครองคือช่วงที่ได้รับความคุ้มครอง เช่น จ่ายเบี้ย 10 ปี แต่คุ้มครอง 30 ปี = หลังปีที่ 10 ไม่ต้องจ่ายแล้ว แต่ยังคุ้มครองต่อถึงปีที่ 30

Q: ถ้าไม่จ่ายเบี้ยตามกำหนด จะเกิดอะไรขึ้น?

A: จะมีระยะผ่อนผัน (Grace Period) ประมาณ 30 วัน ให้จ่ายเบี้ย ถ้าเกินกว่านี้กรมธรรม์จะสิ้นผลบังคับ (Lapse) และความคุ้มครองจะหมดไป แต่อาจฟื้นกรมธรรม์ได้ภายใน 2 ปี

Q: ทุนประกันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ไหม?

A: เปลี่ยนได้ แต่ต้องผ่านการพิจารณาของบริษัทใหม่ อาจต้องตรวจสุขภาพเพิ่มเติม ถ้าเพิ่มทุนจะต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม ถ้าลดทุนเบี้ยก็จะลดลงตาม

💡 เคล็ดลับการเลือกให้ลงตัว

🎯 เลือกทุนประกัน

  • คำนวณจากรายได้ปี × 5-10
  • บวกภาระหนี้ที่มี
  • พิจารณาค่าเรียนบุตรอนาคต
  • อย่าเลือกสูงจนเบี้ยเป็นภาระ

💵 เลือกเบี้ยประกัน

  • ไม่ควรเกิน 15% ของรายได้
  • จ่ายรายปีประหยัดกว่า
  • เลือกระยะจ่ายให้เหมาะสม
  • มีเงินสำรองจ่ายเบี้ยได้อย่างน้อย 3 ปี

📅 เลือกระยะคุ้มครอง

  • วัยหนุ่มสาว → ระยะสั้น-กลาง (10-20 ปี)
  • มีครอบครัว → ระยะยาว (20-30 ปี)
  • ต้องการความมั่นใจสูงสุด → ตลอดชีพ
  • คุ้มครองให้ยาวกว่าระยะจ่ายเบี้ย

📚 เข้าใจ 3 คำนี้แล้วใช่ไหม?

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า ทุนประกัน เบี้ยประกัน และระยะคุ้มครองคืออะไร
และเลือกให้เหมาะกับตัวเองอย่างไร
พร้อมคุยกับตัวแทนและเลือกซื้อประกันได้อย่างมั่นใจแล้ว

บทความนี้อัปเดตล่าสุด: พฤศจิกายน 2025


⚠️ ข้อควรระวัง

  • อย่าเลือกทุนประกันตามความอยาก: ควรคำนวณจากความต้องการจริง ทุนสูงเกินไปทำให้เบี้ยแพงจนเป็นภาระ
  • อย่าเลือกเบี้ยที่จ่ายไม่ไหว: เบี้ยไม่ควรเกิน 15% ของรายได้ ถ้าจ่ายไม่ต่อเนื่องจะขาดทุน
  • เช็คระยะคุ้มครองให้ชัดเจน: บางกรมธรรม์มีระยะคุ้มครองสั้นกว่าที่คิด อ่านให้ละเอียด
  • ระวังการเปรียบเทียบแบบผิวเผิน: อย่าดูแค่เบี้ยถูก-แพง ต้องดูทุนประกันและระยะคุ้มครองประกอบด้วย
  • อย่าปกปิดข้อมูลสุขภาพ: บอกความจริงเกี่ยวกับโรคประจำตัว ไม่งั้นอาจเคลมไม่ผ่าน
  • อ่านกรมธรรม์ก่อนลงนาม: เข้าใจทุกเงื่อนไข โดยเฉพาะข้อยกเว้น
  • อย่าซื้อแล้วทิ้งไว้: ควรทบทวนกรมธรรม์ทุก 2-3 ปี เผื่อความต้องการเปลี่ยน
  • เก็บเอกสารให้ดี: เก็บกรมธรรม์และใบเสร็จเบี้ยไว้ให้ครบถ้วน เพื่อใช้เวลาเคลม